พฤติกรรมเด็ก 3 ขวบ ก้าวร้าว เอาแต่ใจ เกิดจากอะไร แก้อย่างไรดี

พฤติกรรมเด็ก

                เด็กวัย 3 ขวบ เป็นช่วงวัยที่เริ่มส่งเสียงกรี๊ด เริ่มแสดงความต้องการของตัวเองชัดเจนและมักแสดงออกว่าไม่พอใจด้วยการกรี๊ด ต่อต้าน บางรายนอนลงไปร้องไห้กับพื้น ควบคุมอารมณ์ยาก จนพ่อแม่หลายคนเกิดความเครียดและสงสัยว่าลูกตนเองมีพัฒนาการผิดปกติหรือเปล่า เพื่อให้พ่อแม่เข้าใจลูกวัย 3 ขวบยิ่งขึ้น วันนี้เรามีเรื่องราวดี ๆ มาเล่าสู่กันฟัง เกี่ยวกับ พฤติกรรมเด็ก 3 ขวบ ก้าวร้าว เอาใจแต่ เกิดจากอะไร แก้อย่างไรดี พ่อแม่ยุคใหม่ควรรู้ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ไม่ใช้อารมณ์หรือใช้กำลังในการทำร้ายทางร่างกายและจิตใจของลูก

พฤติกรรมเด็ก 3 ขวบ ก้าวร้าว เอาใจแต่ เรื่องปกติที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

                จริงอยู่ที่เมื่อเข้าสู่วัย 3 ขวบเด็กจะมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ มีการแสดงออกในสิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างการกรี๊ด เสียงดัง ที่ทำให้พ่อแม่รู้สึกว่าลูกก้าวร้าว ก็เป็นอีกพฤติกรรมที่พบได้บ่อย แต่แม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ พ่อแม่ทุกคนก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะจะส่งผลต่อพฤติกรรมและนิสัยของลูกในอนาคต บางคนเติบโตแล้วก้าวร้าว กลายเป็นเด็กไม่น่ารักและติดนิสัยจนโต สิ่งสำคัญพ่อแม่จึงต้องมีวิธีจัดการเมื่อลูกอารมณ์เสียหรือกรี๊ดโดยไม่ละเลยต่อทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มาดูกันว่าเมื่อลูกปรี๊ดแตก กรี๊ดสนั่น จะมีวิธีจัดการอย่างไรบ้าง

พฤติกรรมเด็ก

https://www.manarom.com/blog/aggression_in_children.html

พฤติกรรมเด็กก้าวร้าวเกิดจากอะไร

                ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจถึงสาเหตุก่อนว่าทำไมลูกวัย 3 ขวบจึงเอาแต่ใจและก้าวร้าว นอกจากเป็นเรื่องปกติแล้วสิ่งที่จะกระตุ้นหรือเป็นสาเหตุทำให้ลูกมีพฤติกรรมดังกล่าว ได้แก่

  • การเลียนแบบพฤติกรรมก้าวร้าวจากคนใกล้ตัวหรือคนในครอบครัว เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กหลายคนเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ
  • ปัญหาพ่อแม่หย่าร้างหรือเด็กเกิดความรู้สึกขาดความอบอุ่น กลายเป็นปมด้อย
  • ในเด็กบางคนนั้นมีพฤติกรรมก้าวร้าวเพราะเกิดจากความหวาดระแวง
  • ในเด็กบางคนมีพฤติกรรมก้าวร้าวอันเนื่องมาจากโรคความผิดปกติทางอารมณ์

                จะเห็นได้ว่ามีหลายสาเหตุที่ทำให้ลูกวัย 3 ขวบมีพฤติกรรมดังกล่าว ด้วยเหตุผลนี้เองพ่อแม่จึงไม่ควรมองข้ามและใช้แต่อารมณ์ในการดุลูกเพื่อแก้ปัญหา ทางที่ดีต้องหมั่นสังเกตเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่า ลูกมีพฤติกรรมดังกล่าวเพราะอะไร จะได้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด นอกจากนั้นแล้วจะต้องมีวิธีการในการเลี้ยงลูกรวมถึงการจัดการกับสถานการณ์กับ พฤติกรรมเด็ก ก้าวร้าว เอาแต่ใจอย่างถูกวิธีด้วย อย่างวิธีที่เรานำมาแนะนำเหล่านี้

เริ่มต้นจากพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีเสียก่อน นั่นหมายความว่าเมื่อลูกกรี๊ดเสียงดัง พ่อแม่ต้องไม่แสดงออกหรือโต้ตอบด้วยการตะคอกหรือออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงดุดัน เพราะไม่เพียงทำให้ลูกยิ่งอารมณ์เสีย ยังเป็นวิธีที่ไม่ช่วยให้ลูกสงบลงอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นการแสดงออกพ่อแม่ยังเป็นการสร้างบาดแผลทางใจให้กับลูกได้อีกด้วย เด็กบางคนคิดว่าพ่อแม่ไม่รักจึงดุด่า ดังนั้นพ่อแม่ต้องระงับความโกรธของตัวเองก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ ใช้น้ำเย็นเข้าลูบบอกลูกถึงผลลัพธ์เมื่อเขาอารมณ์หงุดหงิด อาละวาด

แสดงออกด้วยภาษากาย เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและเห็นผลลัพธ์ดี เมื่อลูกอาละวาดร้องไห้หนัก รวมถึงเริ่มทุบตีพ่อแม่หรือทำลายสิ่งของ นอกจากไม่โต้ตอบด้วยการใช้อารมณ์ ด่า ตี ตะดอกแล้ว การกอดเป็นวิธีที่พ่อแม่ทำได้เมื่อลูกอาละวาด หรือหากว่าเผลอตีลูก จะต้องรีบทำให้ทุกอย่างสยบและกอด พร้อมกับบอกขอโทษที่ตีลูก และไม่ลืมที่เล่าถึงเหตุผล เพราะเด็กวัย 3 ขวบเป็นวัยที่สื่อสารและเข้าใจได้มากแล้ว

บางครั้งก็ต้องวางเฉย เมื่อลูกเริ่มเอาแต่ใจและไม่รับฟัง ทั้งยังเริ่มอาละวาดหนักกว่าเดิม เป็นจังหวะที่พ่อแม่จะต้องแสดงออกให้เห็นว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ได้ผล นั่นก็คือการวางเฉย เลี่ยงเดินหนี และเวลาต่อมาลูกจะรู้ว่าเมื่อทำพฤติกรรมดังกล่าวแล้วนั้นจะไม่ได้สิ่งที่ต้องการ และเมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้วจะต้องมาปรับความเข้าใจและพูดคุยกับลูก ไม่ควรปล่อยปะละเลยความรู้สึกของเขา

พฤติกรรมเด็ก

หากิจกรรมเล่นกับลูก

            นอกจากใช้วิธีข้างต้นในการจัดการเมื่อลูกเกิดอาละวาดและเอาแต่ใจ พ่อแม่จะต้องมีเลี้ยงลูกและเสริมพัฒนาการของเขาอย่างเหมาะสมด้วยการหากิจกรรมเล่นกับลูกที่ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ เช่น การเล่นจิ๊กซอต่อภาพที่จะช่วยฝึกสมาธิของลูก ให้ใจเย็นและเรียนรู้เกี่ยวกับการรอคอยที่จะได้ผลลัพธ์ การอ่านนิทานที่มีคติสอนใจเกี่ยวกับผลลัพธ์ของอารมณ์โกรธ โมโห หรือการอาละวาด นอกจากนั้นแล้วพ่อแม่จะต้องคอยตักเตือนลูกอยู่เสมอเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะส่งผลต่ออนาคตทำให้ลูกก้าวร้าว เอาแต่ใจ เช่น การโยนของเล่น การขว้างปาสิ่งของ สิ่งเหล่านี้จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่แสนจะคุ้มค่า แน่นอนว่าพ่อแม่ย่อมเหนื่อยยากกับการจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง เพราะเด็กซนและก้าวร้าว เอาแต่ใจ เป็น พฤติกรรมเด็กที่ไม่น่ารักและชวนให้ปวดหัว โดยเฉพาะเป็นการแสดงออกเมื่ออยู่นอกบ้านที่ทำให้การจัดการกับปัญหานั้นยากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า พ่อแม่ยุคใหม่จึงควรเตรียมพร้อมเสมอ โดยไม่รอให้เกิดปัญหาที่รุนแรงเกิดขึ้นก่อนสายเกินแก้

                จริง ๆ แล้ว พฤติกรรมเด็ก วัย 3 ขวบที่ทำให้พ่อแม่กังวลไม่เพียงเป็นเรื่องของการแสดงออกว่าก้าวร้าว เอาแต่ใจเท่านั้น ยีงมีพฤติกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เช่น ซน สมาธิสั้น ชอบต่อต้าน โมโหควบคุมตัวเองไม่ได้ สิ่งเหล่านี้พ่อแม่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด หากไม่สบายใจหรือทำทุกวิธีแล้วยังไม่ได้ผล ลูกยังคงมีพฤติกรรมเช่นเดิม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออก เพราะสุดท้ายแล้วหากแก้ไขไม่ตรงจุดพ่อแม่และลูกจะเกิดความเครียดขึ้นสร้างบรรยากาศไม่ดีภายในครอบครัว นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือการหันมาเลี้ยงลูกเชิงบวกคือไม่ใช้วิธีการตีหรือทำร้ายจิตใจลูกมาเป็นตัวการทำให้เขาหยุดพฤติกรรมเอาแต่ใจ ก้าวร้าว

                สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่คนไหนที่กำลังวางแผนในการเลี้ยงลูกหรือกำลังประสบกับปัญหา ลูกวัย 3 ขวบก้าวร้าว คำแนะนำและข้อมูลข้างต้นนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามและนำมาปรับใช้ในการเลี้ยงลูกได้ เชื่อว่าไม่นานจะเห็นผลลัพธ์ว่าลูกมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น ไม่ก้าวร้าวและเอาแต่ใจอีกต่อไป ซึ่งย่อมต้องใช้เวลาและความมานะของพ่อแม่เช่นกัน